cropped-999349_597574260297373_339264632_n.jpg



หวย หวยออนไลน์ Jetsadabet

.       เมื่อพูดถึงชื่อ Raspberry pi (ราสเบอรี่ พาย) หลายคนคงคิดไปว่ามันคือ พายอันแสนอร่อยที่ทำจากผลราสเบอรี่ แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ครับ Raspberry pi ที่จริงแล้วมันเป็นบอร์ด Embedded Linux ที่ใช้ Microcontroller ตระกูล ARM โดยคำว่า pi นั้นมาจาก python ครับซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้ในการพ้ฒนานั่นเอง ซึ่งมีรูปร่างหน้าตาเหมือนในภาพ มีนาดเท่าๆ กับบัตรประชาชนความสามารถของเจ้าตัวนี้คือสามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการลงไปได้และระบบปฏิบัติการที่ถูกติดตั้งลงไปนั้นถูกออกแบบพัฒนามาเพื่อเจ้าราสเบอรี่นี้โดยเฉพาะ คือ Raspbian ซึ่งระบบปฏิบัติการดังกล่าวนี้เกิดจากการนำ Debian ซึ่งเป็น ระบบปฏิบัติการในตระกูล linux มาตัดแต่งให้เข้ากับตัวบอร์ดราสเบอรี่พายนี้และได้ชื่อใหม่ขึ้นมาคือ Raspbian นั่นเอง

.      เจ้าราสเบอรี่พายมีความสามารถหลายอย่างเหมือนคอมพิวเตอร์พีซีที่เราใช้กันตามบ้านทั่วไป เพียงแต่สเปคความเร็วอาจจะด้อยกว่าแต่ก็มีจุดที่ดีกว่าคอมพิวเตอร์พีซีที่เราใช้กันอยู่ ไม่น้อยเลยทีเดียว ผมจะพาท่านไปรู้จักกับ จุดเชื่อมต่ออุปกรณ์และความสามารถของแต่ละจุดนั้นๆ ว่าทำอะไรได้ ติดกันครับ

mc-raspberry1

.       เริ่มกันที่หมายเลข 1 คือช่องเสียบไฟหรือช่องเสียบอะแดปเตอร์นั้นเอง เวลาเราจะจ่ายไฟให้กับบอร์ดราสเบอรี่เราต้องเสียบไฟจากแหล่งจ่ายเข้าตรงนี้และไปจากแหล่งจ่ายต้องมีแรงดันไฟ ไม่เกิน 3.3 v. ดังนั้นให้หาอดแปเตอร์ที่มีความเหมาะสมต่อการใช้งานนะครับ
.       หมายเลข 2 คือช่องเสียบสาย HDMI (High Definition Multimedia Interface) ภาษาชาวบ้านก็คือมีไว้เสียบ สาย HDMI จากตัวบอร์ดเพื่อเข้าสู่จอแสดงผลที่รองรับการเชื่อมต่อภาพด้วย HDMI เช่น จอคอมพิวเตอร์รุ่นใหม่ หรือ Smart TV ในปัจจุบันก็รองรับการเชื่อมต่อ ซึ่งสามารถหาอุปกรณ์เหล่านี้และสาย HDMI ได้ตามร้านขายอุปกรณ์ อิเลคทรอนิกส์ทั่วไปครับ
.      หมายเลข 3 คือ CSI Connector  หน้าที่ของเจ้าพอร์ตตัวนี้คือเอาไว้สำหรับต่อกับโมดูลกล้องที่ออกแบบมาเพื่อบอร์ด ราสเบอรี่โดยเฉพาะ โดยลักษณะการต่อจะเป็นสายแพรที่มากับตัวกล้องต่อเข้าไปกับพอร์ทนี้และสามารถตั้งค่าการใช้งานกล้องได้อย่างสมบูรณ์แบบกว่าการนำกล้องแบบอื่นมาต่อเพราะกล้องที่นำมาต่อกับพอร์ตนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ราสเบอรี่ พายโดยเฉพาะนั่นเองครับ
.      หมายเลข 4 คือ Port Ethernet มีไว้สำหรับเชื่อมต่อบอร์ด ราสเบอรี่ของเราเข้ากับระบบเครือข่าย คอมพิวเตอร์โดยผ่านสายแลน(หัว RJ 45 ) โดยการเชื่อต่อนี้จะนำบอร์ดราสเบอรรี่ของเราเข้าสูระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) และสามารถออก Internet ได้ด้วยทำให้เราสามารถอัพเดทซอฟท์แวร์ได้อิสระตามต้องการมากขึ้น และซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการติดตั้งซอฟท์แวร์ต่างๆอีกด้วยเพราะเกือบจะ 100 % จะติดตั้งซอฟแวร์ผ่านระบบ Internet (ยกเว้น OS) เพิ่มเติมในส่วนของ ระบบเครือข่าย บอร์ดราสเบอรี่พายสามารถเชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายไร้สายหรือ wireless ได้โดยการเพิ่ม wifi dongle เสียบเข้าทาง พอร์ต usb ก็สามารถทำงานได้เหมือนกันกับการเสียบสายและทุกประการแต่มีข้อเสียคือความเร็วต่ำกว่าการเสียบสายอยู่พอสมควรครับ
.      หมายเลข 5 คือพอร์ดยอดฮิตที่มีในทุกๆ อุปกรณ์ในปัจจุบันนั่นก็คือพอร์ต USB นั่นเองเช่นเดียวกันพอร์ต usb ของราสเบอรี่นั้นก็สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็น usb ได้หลากหลายมากเช่น กล้องเว็บแคม, เม้า คีย์บอร์ด,หรือแม้แต่  wifi dongle ก็สามารถเชื่อมต่อและใช้งานได้เช่นกัน และยังมีอุปกรณ์มากมายที่สามารถใช้งานได้กับมัน
.      หมายเลข 6 คือสถานะไฟ LED เพื่อแสดงว่าบอร์ดเป็นยังไงอยู่เช่นแสดงว่าเราเสียบไฟเข้าไหม,สายแลยเชื่อมต่อไหม หรือ มีไฟกระพริบที่บอกว่าบอร์ดเรามีการส่งข้อมูลกันกับเครือข่าย นั่นเองคัรบ
.      หมายเลข 7 คือช่องเสียบแจ็คเสียงเอ้าพุท หรือ ก็คือช่องเสียบลำโพงนั่นเองแน่นอนว่า ราสเบอรี่พายสามารถมีเสียงและเปิดเพลงหรือ มีเดี่ยที่มีเสียงได้ในซอฟแวร์ของบอร์ดราสเบอรี่พายนั่นเอง ครับ
.      หมายเลข 8 คือช่องต่อสัญญาณภาพเป็นชนิด แจ็ค RCA แบบธรรมดาสามารถต่อเข้ากับ ทีวีทั่วไปได้โดยประโยชน์ของมันคือเวลาเราเริ่มต้นใช้งานสามารถต่อสัญญาณภาพออกจาก ตรงนี้เพราะคอนฟิก ค่าต่างๆได้เลย
.      หมายเลข 9 คือ GPIO ที่ท่านเห็นเป็นเสาร์แหลมๆ นั่นสามารถต่อสายเพิ่มเข้าไปได้ครับ เพราะ GPIO (General Purpose Input Output) ซึ่งคือพอร์ตเชื่อมต่อที่เราสามารถกำหนดให้มันเป็นอินพุต หรือ เอาท์พุตได้โดยการเขียนโปรแกรมขึ้นเองหรือใช้ซอฟท์แวร์ที่มีมาให้ดาวน์โหลดใช้เช่น wiring pi เป็นต้น ทั้งนี้เจ้า GPIO สามารถทำงานได้หลายอย่างสามารถที่จะเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ต่างๆ ที่เราต้องการแล้วป้อนค่าให้กับโปรแกรมตามที่เราต้องการได้เลยขึ้นอยู่กับการเขียนโปรแกรมของเราครับ หลายท่านผมคิดว่าเป็นส่วนมากทีเดียวที่นำ ราสเบอรี่พายมาใช้งานเพื่อต้องการที่จะใช้ GPIO ที่มีมาให้นี่แหละครับ อาจจะมองไม่เห็นภาพในการอธิบายของผม ขอยกตัวอย่างนะครับ เช่น ผมใช้ GPIO แล้วเขียนโปแกรมให้มัน ส่งค่า logic 1 ออกไปนั่นหมายถึงว่าให้ ขาที่ถูกกำหนดมีแรงดันไฟส่งออกไป ให้กับ Relay เพื่อทำการเปิดไฟห้องให้สว่างได้ครับ ทั้งนี้ผมสามารถที่จะเขียน UI ของมันออกมาเป็นหน้าเว็บเพจเพื่อการใช้งานที่สะดวกได้อีกด้วย นี่เป็นเพียงบางส่วนซึ่งยังไม่เห็นภาพ เดี๋ยวติดตามกันใน “โปรเจคฮาเฮ ” นะครับ มีเรื่องสนุกละเป็นประโยชน์กันอย่าแน่นอนครับผม
.      หมายเลข 10(อยู่ข้างล่างบอร์ด) คือ ช่องเสียบ SD Card ครับซึ่งเป็นหน่วยความจำที่เก็บ ระบบปฏิบัติการและซอฟท์แวร์ทั้งหมดที่เราติดตั้งลงไปไว้ หรือ ถ้าเปรียบเทียบกับคอมพิวเตอร์มันก็เหมือนหน่วยความจำสำรองหรือ ฮาร์ดดิสก์ นั่นเองครับ
.      หมายเลข 11 คือ DSI Display ครับทำหน้าที่ไว้ต่อกับจอชนิดที่เป็นสายแพรครับ
.      ส่วนสีดำๆ ตรงกลางนั่นคือหน่วยประัมวลผลครับเป็นตระกูล ARM 11 BROADCOM มีความเร็วในการประมวลผล 700 MHz ครับ

.      จากอดีตถึงปัจจุบัน บอร์ดราสเบอรี่พาย ได้พัฒนาไปถึงรุ่นที่ 3 แล้วครับ ณ วันที่เขียนบล็อกนี้ (21-09-2557) โดยในรุ่นแรกถึงปัจจุบันมีดังนี้ครับ



2254699-40

-Raspberry Pi Model A
เจ้าตัวนี้ ram อยู่ที่ 256 MB ครับ และไม่มี port Lan

mc-raspberry1

-Raspbperry Pi Model B
ตัวนี้ ram อยู่ที่ 512 MB ครับ มี port Lan

rsz_b--300x225

-Raspberry Pi Model B+
ตัวนี้ใหม่ล่าสุดครับ ram อยู่ที่ 512 MB เช่นนเดิมแต่เพิ่ม USB port ขึ้นมาเป็น 4 ช่อง และเพิ่ม GPIO ขึ้นมาอีกเป็น 40 pin ครับซึ่งเดิมมีอยู่ 26 pin ครับ

มาดูข้อดีและข้อเสียของเจ้า ราสเบอรี่พายกันครับ
ข้อดีคือ
-มีความเล็กกระทัดรัด เคลื่อนย้ายสะดวก
-ประหยัดพลังงาน
-ใช้ซอฟท์แวร์ที่เป็น open source ทั้งหมด
-เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดจิ๋วที่เหมาะกับการเริ่มต้นเขียนโปรแกรม
-สามารถทำเป็น Server เพื่อรองรับการร้องขอจากเครื่อง Client ได้
-มี GPIO สามารถสามารถเชื่อมต่อกัน เซ็นเซอร์ต่างๆหรือบอร์ดอนโทรลอื่นๆ ได้อย่างอิสระ
-มีทั้ง หน้าจอ GUI และ Command Line(Terminal)
-สามารถ SSH (Secure Shell)เข้าไปสั่งงานได้โดยใช้ โปรแกรม Putty เป็นต้น
-ราคาประหยัดและสามารถหาอุปกรณืเสริมอื่นๆได้ง่าย
ข้อเสีย
-มีความเร็วค่อนข้างต่ำ (แต่ไม่ช้ามาก และ เมื่อใช้งานในโหมด command line (Terminal) จะเร็ว)
-รากฐานเป็น Linux OS ซึ่งอาจจะยากแก่ผู้ที่ไม่คุ้นเคย
-การ config บางอย่างจำเป็นต้องใช้คำสั่ง command line (ซึ่งบางท่านไม่ถนัด)

***ในเรื่องการใช้งานและการลงรายละเอียดอื่นๆผมแนะนำให้ทานคลิกไปที่ หมวดหมู่ Raspberry Pi (ราสเบอรี่ พาย) นะครับผมจะรวบรวมการใช้งานมานำเสนอให้ท่านได้สนุกกันอย่าเต็มที่ 🙂 ***




Comments

comments